ศูนย์รวมศัพท์เทคนิคและความรู้สำคัญเกี่ยวกับสเปรด ค่าคอมมิชชั่น และต้นทุนการเทรดฟอเร็กซ์ พร้อมลิงก์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเว็บไซต์ เพื่อให้เทรดเดอร์ไทยสามารถเข้าใจและเปรียบเทียบโบรกเกอร์ได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมตั้งแต่ศัพท์พื้นฐานไปจนถึงแนวคิดขั้นสูงที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกบัญชีเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของแต่ละบุคคล
รวบรวมศัพท์เทคนิคที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในการเทรดฟอเร็กซ์
ความแตกต่างระหว่างราคา Bid (ราคาขาย) และ Ask (ราคาซื้อ) วัดเป็นหน่วย Pip เป็นต้นทุนหลักที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดออเดอร์
สเปรดที่มีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด มักพบในบัญชี ECN หรือ Raw Spread ที่มีการเก็บค่าคอมมิชชั่นแยกต่างหาก
ค่าธรรมเนียมคงที่ที่โบรกเกอร์เก็บต่อการเทรดแต่ละครั้ง มักจะเก็บทั้งตอนเปิดและปิดออเดอร์ ปกติอยู่ในช่วง $3-7 ต่อ 1 ลอต
Electronic Communication Network บัญชีที่เชื่อมต่อโดยตรงกับตลาดระหว่างธนาคาร มีสเปรดต่ำแต่เก็บค่าคอมมิชชั่น
บัญชีมาตรฐานที่มีสเปรดสูงกว่าแต่ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น เหมาะสำหรับมือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่เทรดไม่บ่อย
หน่วยการวัดการเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุดในฟอเร็กซ์ สำหรับคู่สกุลเงินหลักเท่ากับ 0.0001 หรือทศนิยม 4 ตำแหน่ง
หน่วยการเทรดมาตรฐาน 1 ลอตเท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน มี Mini Lot (0.1) และ Micro Lot (0.01) สำหรับเทรดเดอร์ทุนน้อย
ความแตกต่างระหว่างราคาที่ต้องการเทรดกับราคาที่เทรดได้จริง มักเกิดในช่วงข่าวสำคัญหรือตลาดผันผวนสูง
ค่าดอกเบี้ยค้างคืนที่เกิดจากการถือออเดอร์ข้ามวัน คำนวณจากความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน
อัตราส่วนการใช้เงินกู้ เช่น 1:100 หมายถึงใช้เงินทุน $1 สามารถเทรดได้ $100 เพิ่มโอกาสกำไรแต่เพิ่มความเสี่ยงด้วย
เงินประกันที่ต้องวางเพื่อเปิดออเดอร์ คำนวณจากขนาดออเดอร์หารด้วย Leverage เช่น 1 ลอตใน Leverage 1:100 ใช้ Margin $1,000
สไตล์การเทรดที่เปิด-ปิดออเดอร์เร็วมาก ถือออเดอร์เพียงไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง เน้นกำไรเล็กๆ แต่บ่อยครั้ง
การเทรดภายในวันเดียว ไม่ถือออเดอร์ข้ามคืน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากข่าวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกเวลาตลาด
การเทรดระยะกลาง ถือออเดอร์ตั้งแต่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ เน้นการจับ Trend และ Pattern ของตลาด
โบรกเกอร์ที่สร้างสภาพคล่องให้ตลาดโดยการเสนอราคา Bid/Ask อาจมี Conflict of Interest เพราะกำไรจากการที่ลูกค้าขาดทุน
โบรกเกอร์ที่ส่งออเดอร์ลูกค้าไปยัง Liquidity Provider โดยตรง ไม่มีการแทรกแซงราคา มีความโปร่งใสสูงกว่า Market Maker
ผู้ให้สภาพคล่องแก่ตลาด มักเป็นธนาคารขนาดใหญ่หรือสถาบันการเงิน ที่เสนอราคา Bid/Ask ให้กับโบรกเกอร์
ความเร็วในการประมวลผลออเดอร์ วัดเป็นมิลลิวินาที สำคัญสำหรับ Scalper และ High Frequency Trader
การที่โบรกเกอร์เสนอราคาใหม่เมื่อราคาที่ลูกค้าต้องการเทรดไม่สามารถดำเนินการได้ มักเกิดในช่วงตลาดผันผวน
สเปรดคงที่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด ให้ความแน่นอนในการคำนวณต้นทุน แต่มักจะสูงกว่า Variable Spread