คลังความรู้ & ศัพท์เทรด

ศูนย์รวมศัพท์เทคนิคและความรู้สำคัญเกี่ยวกับสเปรด ค่าคอมมิชชั่น และต้นทุนการเทรดฟอเร็กซ์ พร้อมลิงก์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเว็บไซต์ เพื่อให้เทรดเดอร์ไทยสามารถเข้าใจและเปรียบเทียบโบรกเกอร์ได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมตั้งแต่ศัพท์พื้นฐานไปจนถึงแนวคิดขั้นสูงที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกบัญชีเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของแต่ละบุคคล

ทรัพยากรความรู้หลัก

หน้าหลัก

ภาพรวมของเว็บไซต์และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสเปรดและต้นทุนการเทรดฟอเร็กซ์

อ่านต่อ

Spread vs ค่าคอมมิชชั่น

เปรียบเทียบโครงสร้างต้นทุนแบบต่างๆ และวิธีคำนวณต้นทุนรวมที่แท้จริง

อ่านต่อ

โบรกเกอร์สเปรดต่ำ

รีวิวและเปรียบเทียบโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำสำหรับเทรดเดอร์ไทย

อ่านต่อ

บัญชี ECN vs Standard

ความแตกต่างระหว่างประเภทบัญชีและวิธีเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรด

อ่านต่อ

ต้นทุนตามสไตล์การเทรด

วิเคราะห์ต้นทุนการเทรดสำหรับ Scalping, Day Trading และ Swing Trading

อ่านต่อ

FAQ สเปรดต่ำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสเปรดต่ำและการเลือกโบรกเกอร์

อ่านต่อ

ศัพท์เทรดสำคัญ

รวบรวมศัพท์เทคนิคที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในการเทรดฟอเร็กซ์

สเปรด (Spread)

ความแตกต่างระหว่างราคา Bid (ราคาขาย) และ Ask (ราคาซื้อ) วัดเป็นหน่วย Pip เป็นต้นทุนหลักที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดออเดอร์

สเปรดต่ำ (Low Spread)

สเปรดที่มีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด มักพบในบัญชี ECN หรือ Raw Spread ที่มีการเก็บค่าคอมมิชชั่นแยกต่างหาก

ค่าคอมมิชชั่น (Commission)

ค่าธรรมเนียมคงที่ที่โบรกเกอร์เก็บต่อการเทรดแต่ละครั้ง มักจะเก็บทั้งตอนเปิดและปิดออเดอร์ ปกติอยู่ในช่วง $3-7 ต่อ 1 ลอต

บัญชี ECN

Electronic Communication Network บัญชีที่เชื่อมต่อโดยตรงกับตลาดระหว่างธนาคาร มีสเปรดต่ำแต่เก็บค่าคอมมิชชั่น

บัญชี Standard

บัญชีมาตรฐานที่มีสเปรดสูงกว่าแต่ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น เหมาะสำหรับมือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่เทรดไม่บ่อย

Pip

หน่วยการวัดการเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุดในฟอเร็กซ์ สำหรับคู่สกุลเงินหลักเท่ากับ 0.0001 หรือทศนิยม 4 ตำแหน่ง

ลอต (Lot)

หน่วยการเทรดมาตรฐาน 1 ลอตเท่ากับ 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน มี Mini Lot (0.1) และ Micro Lot (0.01) สำหรับเทรดเดอร์ทุนน้อย

Slippage

ความแตกต่างระหว่างราคาที่ต้องการเทรดกับราคาที่เทรดได้จริง มักเกิดในช่วงข่าวสำคัญหรือตลาดผันผวนสูง

Swap

ค่าดอกเบี้ยค้างคืนที่เกิดจากการถือออเดอร์ข้ามวัน คำนวณจากความแตกต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงิน

Leverage

อัตราส่วนการใช้เงินกู้ เช่น 1:100 หมายถึงใช้เงินทุน $1 สามารถเทรดได้ $100 เพิ่มโอกาสกำไรแต่เพิ่มความเสี่ยงด้วย

Margin

เงินประกันที่ต้องวางเพื่อเปิดออเดอร์ คำนวณจากขนาดออเดอร์หารด้วย Leverage เช่น 1 ลอตใน Leverage 1:100 ใช้ Margin $1,000

Scalping

สไตล์การเทรดที่เปิด-ปิดออเดอร์เร็วมาก ถือออเดอร์เพียงไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง เน้นกำไรเล็กๆ แต่บ่อยครั้ง

Day Trading

การเทรดภายในวันเดียว ไม่ถือออเดอร์ข้ามคืน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากข่าวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกเวลาตลาด

Swing Trading

การเทรดระยะกลาง ถือออเดอร์ตั้งแต่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ เน้นการจับ Trend และ Pattern ของตลาด

Market Maker

โบรกเกอร์ที่สร้างสภาพคล่องให้ตลาดโดยการเสนอราคา Bid/Ask อาจมี Conflict of Interest เพราะกำไรจากการที่ลูกค้าขาดทุน

STP (Straight Through Processing)

โบรกเกอร์ที่ส่งออเดอร์ลูกค้าไปยัง Liquidity Provider โดยตรง ไม่มีการแทรกแซงราคา มีความโปร่งใสสูงกว่า Market Maker

Liquidity Provider

ผู้ให้สภาพคล่องแก่ตลาด มักเป็นธนาคารขนาดใหญ่หรือสถาบันการเงิน ที่เสนอราคา Bid/Ask ให้กับโบรกเกอร์

Execution Speed

ความเร็วในการประมวลผลออเดอร์ วัดเป็นมิลลิวินาที สำคัญสำหรับ Scalper และ High Frequency Trader

Re-quote

การที่โบรกเกอร์เสนอราคาใหม่เมื่อราคาที่ลูกค้าต้องการเทรดไม่สามารถดำเนินการได้ มักเกิดในช่วงตลาดผันผวน

Fixed Spread

สเปรดคงที่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด ให้ความแน่นอนในการคำนวณต้นทุน แต่มักจะสูงกว่า Variable Spread